"วิชา พูลวรลักษณ์" โปรแกรมหน้าที่เมเจอร์ฯ

สมรภูมิธุรกิจของ "วิชา พูลวรลักษณ์" ไม่เคยสิ้นสุด เขาเป็นนักสู้ผู้ไม่กลัวแพ้ เมื่อ 20 ปีก่อนเป็นมวยรองผู้มาทีหลัง หาญท้าชนกับญาติผู้พี่ของตระกูล ที่จับมือกับต่างชาติจนเป็นผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ ผ่านไป 10 ปี วิชาเข้าครองกิจการเจ้าตลาดเดิม คว้าส่วนแบ่งเกือบ 80% ในตลาดโรงหนัง ทว่าความสำเร็จตรงหน้ายังไม่เพียงพอ ขอวิ่งไล่เป้าหมายทวีคูณจำนวนโรงหนังเป็น 1,000 จอ พร้อมยอดขายตั๋ว 100 ล้านใบภายในปี 2563 ด้วยเส้นทางสร้างหนังไทยให้สะกดใจผู้ชมกลุ่มใหญ่ทั้งในบ้านและต่างแดน สมฐานะ Hollywood of Thailand


วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวกับ Forbes Thailand ว่า บริษัทจะครบ 20 ปี ในเดือนพฤศจิกายนนี้ โดยมีโรงหนัง 500 โรงแล้ว ต่อจากนี้ บริษัทจะขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง คาดว่าปีหน้าจะมี 600 โรง และในปี 2563 จะมีครบ 1,000 โรง โดยเน้นเปิดในต่างจังหวัด
ในอีก 18 เดือนข้างหน้าบริษัทมี 150 โรงอยู่ในแผนงานที่จะเปิดเช่น เซ็นทรัล บางใหญ่ ระยอง เอกมัย รามอินทราและสมุย เป็นต้น เมื่อจำนวนโรงภาพยนตร์เพิ่มขึ้น คาดว่าเมื่อถึงปี 2563 บริษัทจะสามารถขายตั๋วหนังได้ 100 ล้านใบต่อปี


นอกจากนี้ บริษัทมีแผนเปิดโรงภาพยนตร์ในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) เนื่องจากเป็นประเทศใกล้บ้าน เดินทางไม่ไกล และมีวัฒนธรรมใกล้เคียงกับไทย โดยเน้นไปกับพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจมากกว่า เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน เดือนสิงหาคมที่ผ่าน เปิดโรงภาพยนตร์ 7 โรง ใน อิออน มอลล์ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ไปแล้ว ล่าสุดอยู่ระหว่างการศึกษาตลาดลาว และอยู่ระหว่างการเจรจา


นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจะสร้างภาพยนตร์ไทยเพิ่มขึ้น ไม่เพียงแค่รองรับการเติบโตของโรงหนังที่เกิดมากขึ้นในตลาดต่างจังหวัด และตลาดเพื่อนบ้าน แต่เพื่อนำไปจำหน่ายในต่างประเทศอีกด้วย


วิชามองว่า การมีโรงหนังในประเทศมากขึ้น จะทำให้รายได้หนังไทยเพิ่มตามขึ้นด้วย และถ้าไม่มีหนังไทยเพิ่มมากขึ้น โรงหนังต่างจังหวัดจะโตได้ยาก สำหรับในประเทศเพื่อนบ้าน การมีโรงหนังของตนเองจะทำให้หนังไทยมีที่รองรับ และมีอำนาจการต่อรองการขายลิขสิทธิ์หนังในตลาด ท้ายสุดจะทำให้ราคาจำหน่ายสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างเช่นในมาเลเซียขายได้ถึง 5 หมื่นเหรียญ


“ตอนนี้เมเจอร์ไปเปิดที่กัมพูชาแล้ว เมื่อก่อนขายไปกัมพูชา 3,000 เหรียญถูกๆ เขาไปทำ 200,000 เหรียญ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้แล้ว ซื้อแบบระบบถูกๆ ไม่ได้แล้วเพราะเรามีโรงหนังแล้ว ทำอย่างนั้นไม่ได้แล้ว... เราเอาโรงไปปูไว้ CLMV แล้วเอาหนังไทยบุกเข้าไปด้วย แล้วคิดไปไกลถึง the biggest pie คือ ตลาดจีน” วิชากล่าว


วิชามองว่า อุตสาหกรรมหนังไทยควรยกระดับการผลิตให้มีมาตรฐานมากขึ้น โดยต้องมีการทำงานเป็นระบบ และใช้มืออาชีพเข้ามาทำงาน ภาพยนตร์ก็ควรมีความหลากหลายให้กับผู้ชมในหลายๆ กลุ่ม


นอกจากนี้ ต้องกล้าลงทุนโดยจ้างดาราดังๆ เข้าร่วมงาน เพื่อให้หนังน่าสนใจขึ้น ปัจจุบันหนังไทยมีส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศราว 35-40% แนวโน้มเพิ่มเป็น 40-50% จากเดิมที่แค่ 7% และหนังฮอลลีวูดมีมากกว่า 90%


สำหรับปีนี้เมเจอร์คาดว่าจะมีหนังที่กลุ่มบริษัทผลิตเองเข้าฉายไม่ต่ำกว่า 10-12 เรื่อง ขณะที่รายได้รวมของบริษัทได้ตั้งเป้าแบบอนุรักษ์นิยมว่าจะโต 10% จากปีที่แล้วมีรายได้ราว 8.24 พันล้านบาท กำไรสุทธิ 1.05 พันล้านบาท


พบ "วิชา พูลวรลักษณ์: เจ้าสังเวียนจอเงินไล่ชิงเข็มขัดรอบบ้าน สร้าง THOLLYWOOD เพิ่มฐานแฟนโรงหนัง" อย่างละเอียดได้ใน Forbe Thailand ฉบับ OCTOBER 2014 - See more at: http://www.forbesthailand.com/cover_detail.php?cover_id=17#sthash.BzSv47K0.dpuf

5 ตุลาคม 57 13:14:47

เมนู

ติดต่อ-สอบถาม

สถิติเว็บไซต์

วันนี้ 10 คน
เดือนนี้ 598 คน
ปีนี้ 6465 คน
ทั้งหมด 34550 คน