Bill Gates มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของสหรัฐฯ ปีที่ 21

 

Forbes 400 ประกาศรายชื่อเศรษฐีอเมริกัน 400 รายประจำปี 2014 ร่ำรวยยกแผง อู้ฟู่จากตลาดหุ้นขาขึ้น รวมทรัพย์สิน 2,290,000,000,000 เหรียญ เทียบเท่ารายได้ประเทศบราซิล เจ้าของกล้อง GoPro มาแรง 

 
ด้วยอานิสงส์ของตลาดหุ้นขาขึ้น หนุนส่งให้คนรวยในสหรัฐฯ ร่ำรวยมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าย่อมทำให้การก้าวเข้าสู่การจัดอันดับมหาเศรษฐีอเมริกัน 400 อันดับแรกยากเย็นยิ่งขึ้น ด้วยว่าราคาค่าตั๋วเข้าสู่ทำเนียบ Forbes 400  ในปีนี้อยู่ที่ 1.55 พันล้านเหรียญ (ขณะที่ปีก่อน 1.3 พันล้านเหรียญ) นับว่าเป็นราคาที่สูงที่สุด นับตั้งแต่ Forbes เริ่มต้นติดตามความมั่งคั่งของเศรษฐีอเมริกันในปี 1982  จนเป็นเหตุให้มหาเศรษฐีที่หลุดอันดับ 400 ในปีนี้ เป็นมหาเศรษฐีระดับพันล้านถึง 113 ราย
 
มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของอเมริกันยังคงเป็น Bill Gates ซึ่งครองตำแหน่งต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 ด้วยทรัพย์สินสุทธิ 8.1 หมื่นล้านเหรียญ แม้ว่าหุ้นของบริษัท Microsoft ซึ่งถือครองในฐานะประธานและร่วมก่อตั้ง จะมีมูลค่าทางบัญชีไม่ถึง 20% ของทรัพย์สินทั้งหมด  ขณะที่เพื่อนต่างวัยของเขา Warren Buffett ผู้บริหารกองทุน Berkshire Hathaway ครองตำแหน่งที่สอง ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2001 เช่นกัน ด้วยทรัพย์สินรวม 6.7 หมื่นล้านเหรียญ ส่วนอันดับสามเป็นของ Larry Ellison ซึ่งเพิ่งประกาศลาออกจากตำแหน่ง CEO ของบริษัทซอฟแวร์ Oracle ที่ตัวเองสร้างขึ้น โดยมีทรัพย์สิ้นรวม 5 หมื่นล้านเหรียญ 
 
สำหรับ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้งและ CEO Facebook ครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 11 โดยเขาเป็นเศรษฐีที่มีทรัพย์สินเพิ่มมากที่สุดในปีนี้  ความมั่งคั่งของเขามีมูลค่า 3.4 หมื่นล้านเหรียญ พุ่งขึ้นจากปีกลายถึง 1.5 หมื่นล้านเหรียญ อันเป็นผลจากราคาหุ้นที่ทะยานสูงขึ้น  
 
หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว Nicholas Woodman (อันดับ 129) ผู้ก่อตั้ง GoPro ผู้ผลิตกล้องวิดีโอที่สามารถสวมติดตัวได้ จะเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยแบบก้าวกระโดดมากที่สุด ด้วยอัตราส่วนที่มากถึง 200% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยในปีนี้เขามีทรัพย์สินอยู่ที่ 3.9 พันล้านเหรียญ   ทั้งนี้ GoPro เพิ่งจะเป็นบริษัทมหาชนเมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา ราคาหุ้นของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ต่างจากยอดขายกล้อง GoPro ที่ผู้ซื้อนำไปติดบนหมวกกันน็อค กระดานเซิร์ฟ อุปกรณ์ดำน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย
 
หากรวมทรัพย์สินของมหาเศรษฐีอเมริกันทั้ง 400 รายเข้าด้วยกัน จะมีมูลค่าสูงถึง 2.29 ล้านล้านเหรียญ (2,290,000,000,000 เหรียญ) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.7 แสนล้านเหรียญ โดยจะมีปริมาณเทียบเท่ากับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศหรือ GDP ของประเทศบราซิล ซึ่งมีประชากร 200 ล้านคน  เฉลี่ยแล้วมหาเศรษฐีใน Forbes 400 ปีนี้มีทรัพย์สุทธิตกรายละ 5.7 พันล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 700 ล้านเหรียญ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดเช่นกัน 
 
Forbes 400 ในปี 2014 มีมหาเศรษฐีถึง 303 ราย ที่มีความร่ำรวยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว มีเพียง 36 รายเท่านั้นที่มีทรัพย์สินลดลง และ 26 รายต้องหลุดออกจากทำเนียบ และอีก 6 รายเสียชีวิต หนึ่งในนั้นคือ Malcolm Glazer นักธุรกิจเจ้าของทีม Tampa Bay Buccaneers
 
สำหรับเศรษฐีหน้าใหม่ประจำปีมีทั้งหมด 27 ราย หนึ่งในนั้นคือ Elizabeth Holmes (อันดับ 110) สุภาพสตรีที่มีอายุน้อยที่สุดในทำเนียบ Forbes 400 ประจำปี และยังเป็นเศรษฐีนีพันล้านที่สร้างความร่ำรวยด้วยตัวเองที่อายุน้อยที่สุดในโลก ด้วยวัยเพียง 30 ปี  อดีตนักศึกษา Stanford University ซึ่งตัดสินใจทิ้งการเรียนในมหาวิทยาลัย ได้สร้างธุรกิจเกี่ยวกับการตรวจสอบเม็ดเลือดในชื่อ Theranos  ในลักษณะกิจการร่วมทุนมูลค่ารวม 9 พันล้านเหรียญ โดยตัวเธอเป็นเจ้าของกิจการครึ่งหนึ่ง

 
Forbes 400 10 อันดับแรก
  1. Bill Gates, Microsoft, 8.1 หมื่นล้านเหรียญ
  2. Warren Buffett, Berkshire Hathaway, 6.7 หมื่นล้านเหรียญ
  3. Larry Ellison, Oracle, 5   หมื่นล้านเหรียญ
  4. Charles Koch, หลากสาขา, 4.2 หมื่นล้านเหรียญ
  5. David Koch, หลากสาขา, 4.2 หมื่นล้านเหรียญ
  6. Christy Walton & family, Wal-Mart, 3.8 หมื่นล้านเหรียญ
  7. Jim Walton, Wal-Mart, 3.6 หมื่นล้านเหรียญ
  8. Michael Bloomberg, Bloomberg LP, 3.5 หมื่นล้านเหรียญ
  9. Alice Walton, Wal-Mart, 3.49 หมื่นล้านเหรียญ
  10. S. Robson Walton, Wal-Mart, 3.48 หมื่นล้านเหรียญ
 
อ่านรายชื่อมหาเศรษฐีอเมริกันทั้ง 400 คน ได้ที่ Forbes 400

- See more at: http://www.forbesthailand.com/article_detail.php?article_id=145#sthash.l5lEZ5ju.dpuf

5 ตุลาคม 57 13:18:27

เมนู

ติดต่อ-สอบถาม

สถิติเว็บไซต์

วันนี้ 9 คน
เดือนนี้ 597 คน
ปีนี้ 6464 คน
ทั้งหมด 34549 คน